Connect with us

Featured

เจนนี่ รัชนก ชี้แจงเรื่องส่วนแบ่งที่ให้ น้องเก้า เกริกพล

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 เจนนี่ก็ได้ไลฟ์ชี้แจงดังนี้

  1. สัญญาใจ 70/30 ไม่เคยมี  ยืนยันว่าไม่เคยโกงค่าตัวใคร สัญญาใจ 70/30 ที่น้องเก้าพูดถึงนั้นไม่มีจริง แต่เป็นข้อเสนอที่ตนเสนอให้น้องเก้าว่า ถ้าน้องมาอยู่ค่ายเพลงของตน ตนจะมีส่วนแบ่งในการทำเพลงและยอดวิวจากเพลงให้ รวมทั้งเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอฯ ก็จะแบ่งให้น้องเก้า 30% ลิลลี่ 30% และตนซึ่งเป็นเจ้าของค่าย 40% เป็นค่าลงทุนต่าง ๆ
  2. อย่างไรก็ตาม น้องเก้าปฏิเสธที่จะมาเป็นศิลปินในค่าย ข้อเสนอนี้จึงตกไป ตนจึงให้น้อง 30% ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ครอบครัวของน้องเก้าก็เข้าใจดีตั้งแต่แรก
  3. การขอแบ่งยอดวิว 30% นั้นไม่มีใครทำกัน เวลาตนไปแจมกับคนอื่นก็ไม่เคยไปเรียกร้องขอส่วนแบ่ง 30% จากใคร แจงไทม์ไลน์ปัญหา :
  4. เรื่องเริ่มจากพ่อน้องเก้าโทรมาบอกว่า “เพลงได้ร้อยล้านวิวแล้ว ไม่คิดถึงน้องบ้างเหรอ” ตนจึงบอกพ่อไปว่าคิดถึงตลอด ขอบคุณพ่อและน้องเก้ามากที่มาเป็นส่วนหนึ่งของเพลงนี้
  5. จากนั้นพ่อถามเรื่องส่วนแบ่ง 30% ตนก็บอกว่าให้ไม่ได้ เพราะน้องไม่ได้มาอยู่กับค่ายตามข้อเสนอ พ่อไม่พอใจและบอกว่าเงิน 10,000 บาทที่ให้ไปนั้นไม่พอ เพราะน้องต้องซื้อชุด และจ่ายค่าที่พัก-ค่ากินด้วย
  6. เจนนี่ชี้แจงว่า ตอนไปถ่ายเอ็มวีที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พ่อบอกว่ามีญาติอยู่สิชล จะไปพักและไปกินข้าวบ้านญาติ ตนจึงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ยอมรับว่าตนคิดน้อยไป และไม่ทราบมาก่อนว่าเงินไม่พอ เพราะเคยถามน้องแล้วน้องบอกว่าพอ
  7. จากนั้นตนไปปรึกษาผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่บอกว่าให้จ่ายเงินเพิ่มให้น้อง ตนจึงโทรไปหาพ่อน้องเก้าแต่พ่อไม่รับสาย ตนจึงทักแชตน้องเก้าไปว่ารู้สึกไม่สบายใจ พร้อมกับโอนเงินให้น้องไป 20,000 บาท และขอโทษน้องที่คิดน้อยไปเรื่องค่าชุด-ค่าที่พัก
  8. ส่วนที่โอนให้เพียง 20,000 บาท เพราะตอนนั้นเพิ่งได้ยอดวิวจากยูทูบแค่เดือนเดียว และไม่ได้เป็นจำนวนเงินมากมายอะไร คนที่ทำช่องยูทูบจะเข้าใจตรงนี้ดี ส่วนที่มีคนอ้างว่า 1 ล้านวิว ได้ 30,000 บาท ก็ไม่เป็นความจริง รายได้แต่ละช่องไม่เหมือนกัน
  9. ในการสนทนาผ่านแชตของตนกับน้องเก้า น้องบอกว่าตอนนี้สบายใจแล้ว และจะไปเคลียร์กับพ่อเอง ทำให้ตนเข้าใจว่าพ่ออาจเข้าใจผิด เดี๋ยวน้องคงไปอธิบายให้พ่อฟังเอง จากนั้นน้องขอโอนเงิน 20,000 บาทคืนให้ บอกว่าไม่สบายใจที่จะรับไว้ แล้วน้องก็ไปหาหมายเลขบัญชีโอนกลับมา
  10. ส่วนที่พ่อบอกว่าตนไม่เคยขอบคุณน้องเก้านั้นไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาตนขอบคุณน้องตลอด ตั้งแต่ตอนอัดเสียง ตอนไปกินน้ำชาด้วยกัน หรือเวลาไปออกรายการต่าง ๆไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน
  11. เรื่องนี้ตนไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน แต่ผู้ใหญ่ฝั่งน้องเก้า (คาดว่าเป็นแม่) โทรคุยกับเพจเพจหนึ่ง แล้วขอให้เพจนี้ช่วยเป็นสื่อกลาง ซึ่งเพจนี้เขียนโจมตีตนมานานแล้ว เมื่อเพจเอาเรื่องนี้มาโพสต์ก็มีคนแชร์ไป 6,000 กว่าครั้ง ทำให้ตน ครอบครัว และเด็กในค่ายเพลงโดนรุมด่าเช่นกัน
  12. ที่น้องเก้าบอกว่าพ่อโดนรุมด่าเสียหายนั้น ตนขอโทษพ่อด้วยที่มีคนเข้าไปด่าว่าหรือก้าวก่ายพ่อ ตนไม่เคยบอกให้ใครทำอย่างนั้น เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเลย ที่ผ่านมาพยายามติดต่อพ่อมาตลอด แต่พ่อไม่รับสายและไม่โทรกลับ
  13. ส่วนเรื่องเอกสารที่น้องเก้าบอกว่าส่งมาให้แล้วตนทำเมินนั้น ตนไม่เคยได้รับเอกสารที่น้องส่งมา อยากให้น้องแจ้งว่าใครเป็นคนรับเอกสาร และเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไรค่าตัว 3,000 บาท ไม่มีจริง
  14. เรื่องที่น้องเก้าบอกว่าตนจ้างน้องมาเล่นคอนเสิร์ตด้วยค่าตัว 3,000 บาทนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นเพียงข้อเสนอตอนที่ชวนน้องมาร่วมค่าย ว่าถ้าน้องมาเป็นศิลปินในค่ายจะจ่ายค่าเล่นคอนเสิร์ตให้ครั้งละ 3,000 บาท หากเจ้าภาพไม่ได้จ้างน้อง ตนจะแบ่งเงินค่าตัวให้น้องเอง
  15. ส่วนที่เสนอไปแค่ 3,000 บาท ก็เพราะตอนนั้นยังไม่ได้ปล่อยเพลง ยังไม่รู้ว่าเพลงจะดังหรือไม่ ยังไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร
  16. และที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ก็เพราะน้องไม่ได้มาอยู่ค่ายเพลงของตน แล้วหลังจากนั้นน้องกับครอบครัวก็ย้ายจากพัทลุงไปอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าจากกรุงเทพฯ จะให้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่อื่น มันต้องมีค่าเดินทาง ได้แค่ 3,000 เป็นตนก็ไม่เอาชี้แจงเรื่องจ่ายค่าตัวน้องเก้า 500 :
  17. ส่วนเรื่องที่บอกว่าตนให้ค่าตัวน้องเก้าแค่ครั้งละ 500 บาท เวลาไปออกรายการทีวีนั้น น้องเก้าท้าให้ตนสาบาน ตนก็ขอสาบานว่าให้ตนฉิบหายหากตนทำอย่างนั้น
  18. เจนนี่เท้าความว่าตอนนั้นยังไม่มีชื่อเสียง เวลาไปออกรายการทีวีไม่เคยได้ค่าตัวเกิน 10,000 บาท และก็เป็นที่เข้าใจกันดีว่าการไปออกรายการก็เท่ากับการโปรโมท ทำให้เราทั้งคู่มีชื่อเสียงมากขึ้น ตนไม่เคยบังคับให้น้องมา และตอนนั้นน้องก็เข้าใจดี
  19. เจนนี่ได้ยกตัวอย่างรายการทีวีรายการหนึ่งซึ่งเชิญเจนนี่ ลิลลี่ และน้องเก้าไปออกรายการ โดยทางรายการเป็นฝ่ายติดต่อน้องเก้าเอง ทำให้ตนเข้าใจว่ารายการจ่ายเงินให้น้องเก้าโดยตรงไปแล้ว แต่ต่อมาน้องเก้าส่งข้อความไปขอค่าน้ำมันรถจากทางรายการ ทางรายการจึงแชตมาบอกตนว่าให้แบ่งเงินให้น้องเก้าด้วย
  20. ตนได้เงินจากรายการนี้วันละ 3,000 บาท เป็นเวลา 2 วัน รวม 6,000 บาท ตนก็แบ่งให้น้องเก้าไป 1,500 บาทต่อวัน รวม 3,000 บาท ตอนนั้นน้องเก้าย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว ถือเป็นการจ่ายที่สมเหตุสมผล ส่วนตนต้องเหมารถตู้มาจากใต้ ต้องเข้าเนื้อ แต่ก็ยอมแบกรับค่าใช้จ่ายตรงนั้น
  21. อย่างไรก็ตาม ตนถือว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของรายการทีวี เขาช่วยเราโปรโมท จึงไม่ขอลงรายละเอียดว่ามีรายการอะไรบ้าง และไม่ขอนำหลักฐานมาแจงว่ารายการไหนให้เท่าไหร่
  22. อย่างไรก็ตาม เจนนี่ไม่ได้ชี้แจงเรื่องที่ “หนุ่ม กรรชัย” ยืนยันว่าจ่ายเงินไปหลักหมื่นตอนที่เชิญเจนนี่ ลิลลี่ และน้องเก้ามาออกรายการ “โหนกระแส” ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องเก้าได้แค่ 500 บาท  ชี้แจงเรื่องนักดนตรี-เปา กิ่งกาญจน์
  23. เรื่องที่มีคนออกมาแฉว่าตนไม่จ่ายเงินเดือนให้นักดนตรีในค่ายนั้น คนที่โพสต์ไม่ใช่นักดนตรีในค่ายตนและสิ่งที่เขาพูดไม่ใช่ความจริง ซึ่งนักดนตรีของตนก็ได้ทักไปคุยกับบุคคลดังกล่าว และเขาได้ขอโทษแล้ว ยืนยันว่านักดนตรีในวงอยู่กันแบบครอบครัว
  24. ส่วนเรื่องที่นักร้องสาว “เปา กิ่งกาญจน์” ลาออกจากค่ายนั้น น้องมีสิทธิ์ออกถ้าน้องไม่โอเคกับข้อตกลงของค่าย ซึ่งตนไม่จำเป็นต้องชี้แจงว่าข้อตกลงในค่ายเป็นอย่างไร ไม่ท้อ ขอสู้ต่อ
  25. ส่วนดราม่าเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ ตนไม่จำเป็นต้องชี้แจง เพราะทุกวันนี้ที่ตนยืนหยัดได้ก็เพราะผลงาน ไม่ใช่เพราะเรื่องส่วนตัว ยอมรับว่าตอนนี้โดนคนด่าเยอะ แต่ไม่เป็นไร เอาเฉพาะคนที่เข้าใจก็พอ 26- สำหรับประเด็นดราม่าอื่น ๆ ใครจะเชื่อก็ไม่เป็นไร ให้เวลาเป็นคำตอบ ตนอายุ 25 ปี ยังมีโอกาสพัฒนาและเรียนรู้เรื่องการทำค่ายเพลงได้ จะให้ตนปิดค่ายตามที่หลายคนบอกนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะมีน้อง ๆ ในค่ายอีกหลายคนที่ต้องการสร้างอนาคต ยืนยันว่าไม่หมดกำลังใจและพร้อมสู้ต่อ

error: Content is protected !!