Connect with us

ข่าวดารา

หนุ่มหวานใจของคุณเเม่อีฟ พุทธิดา

สำหรับ..อดีตนักร้องนำวงสตริง ดิอิมพอสซิเบิ้ล เป็นวงสตริงคอมโบที่ประสบความสำเร็จและยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงดนตรีรุ่นหลังจำนวนมาก ในปี พ.ศ. 2554 เศรษฐาได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)…ปัจจุบันเศรษฐายังเป็นประธานมูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส

 

 

 

เศรษฐา ศิระฉายา เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 จบมัธยมปลายจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิง ตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี ด้วยการเป็นคนขนเครื่องดนตรีในวงดนตรีตามคำชักชวนของน้าชายคือ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ อดีตพระเอกภาพยนตร์ชื่อดังในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

 

 

จากเด็กขนของ เศรษฐาได้ฝึกหัดทักษะด้านดนตรีแบบครูพักลักจำ จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องตามสถานบันเทิงต่าง ๆ เช่น ตั้งวงหลุยส์กีต้าร์เกิร์ล กระทั่งได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ

 

นักดนตรีตั้งวงดนตรี Holiday J-3 ร่วมกับ วินัย พันธุรักษ์, พิชัย ทองเนียม, อนุสรณ์ พัฒนกุล และสุเมธ อินทรสูต ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น Joint Reaction และเปลี่ยนอีกครั้งในชื่อ

 

 

ดิอิมพอสซิเบิ้ล (The Impossibles) ซึ่งเป็นชื่อการ์ตูนชื่อดังของอเมริกาในสมัยนั้น โดยเขารับบทบาทเป็นนักร้องนำ ปี พ.ศ. 2512 ดิอิมพอสซิเบิ้ลสามารถคว้าถ้วยพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งผลให้เริ่มเป็นที่นิยมและเป็นจุดเปลี่ยนให้เศรษฐาได้เข้ามาสัมผัสโลกภาพยนตร์เป็นครั้งแรก เมื่อเขาและเพื่อน ๆ ได้รับการทาบทามจาก เปี๊ยก โปสเตอร์ ให้มาร่วมบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง โทน (2513)

 

 

เศรษฐา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ หลักสูตรโครงการพิเศษ สาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีและปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

 

 

ดิอิมพอสซิเบิ้ล ยังคงชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบอีก 2 ครั้งติดต่อกัน หลังจากนั้นและได้บรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ ดวง (2514), สวนสน (2514), ระเริงชล (2515), ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) ฯลฯ กลายเป็นวงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ปี พ.ศ. 2518 หลังกลับมาจากการไปทัวร์ที่ต่างประเทศ เศรษฐาก็ได้รับการชักชวนจาก จุรี โอศิริ ให้มาแสดงภาพยนตร์อย่างจริงจังครั้งแรกใน ฝ้ายแกมแพร (2518) และสามารถคว้ารางวัลพระสุรัสวดี สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาครองได้ทันที

 

 

ปี พ.ศ. 2519 ดิอิมพอสซิเบิ้ล ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ เศรษฐาจึงก้าวเข้าสู่โลกมายาอย่างเต็มตัว มีบทบาทโดดเด่นทั้งการเป็นพิธีกรและนักแสดง นับเป็นดารายอดฝีมือคนหนึ่งซึ่งสามารถรับบทบาทได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นบทดี บทร้าย บทตลก ส่งผลให้มีผลงานออกมามากมายจวบจนปัจจุบัน โดยเรื่องที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ชื่นรัก (2522) ซึ่งเขาได้รับบทพระเอกประกบคู่กับ อรัญญา นามวงศ์ นางเอกชื่อดัง เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ชีวิตกันในเวลาต่อมา

 

ปี พ.ศ. 2554 เศรษฐา ศิระฉายา ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)และที่หลายคนทราบกันดีว่า อาต้อย เศรษฐา ได้พบรักกับนางเอกอาวุโสอย่าง อรัญญา นามวงศ์ ที่ได้พบรักกันกลองถ่ายละครเรื่อง ชื่นรักในปี 2522 และได้มีลูกสาวอย่าง อีฟ พุทธิดา ศิระฉายา

 

 

ซึ่งปัจจุบัน….อีฟ พุทธิดา

 

ได้แต่งงานแล้วกับสามี ต้ม เติมศักดิ์ และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน

 

ได้แก่ น้องมีบุญ…

 

 

สามีของ อีฟ พุทธิดา ซึ่งต้องบอกเลยว่าหน้าตาดีไม่เบา

 

น่ารักมากจริงๆ

 

อีกทั้งยังมีรอยสักเต็มตัวขัดกับหน้าตาของ

 

 

 

หนุ่มต้น อีกด้วยจ้า…

 

error: Content is protected !!